Thai Business News

Category: General NewsLogo
Posted May 4, 2017 22:44 (GMT +7)


พื้นที่เพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพและพืชจีเอ็มเพิ่มขึ้นเป็น 185.1 ล้านเฮกตาร์ในปี พ.ศ. 2559

พื้นที่ทั่วโลกฟื้นตัวจากปี พ.ศ. 2558  หลังจากที่เกษตรกรปรับใช้วิธีการปลูกพืชแบบเทคโนโลยีชีวภาพอย่างต่อเนื่อง

ปักกิ่ง--(BUSINESS WIRE)--4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วันนี้ the International Service for the Acquisition of Agri-biotech Applications หรือ ISAAA ได้เปิดเผยรายงานประจำปีซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของพื้นที่การเพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพที่เพิ่มขึ้นถึง 110 เท่าทั่วโลก ภายในเวลาเพียง 21 ปีหลังจากมีการนำเข้าสู่ตลาด โดยมีการใช้พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจาก 1.7 ล้านเฮกตาร์ในปี พ.ศ. 2539 เป็น 185.1 ล้านเฮกตาร์ในปี พ.ศ. 2559 ทั้งนี้รายงานของ ISAAA ซึงมีหัวข้อว่า "สถานะของพืชเทคโนโลยีชีวภาพและพืชจีเอ็มเชิงพาณิชย์ทั่วโลก: 2016" ยังแสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่ดำรงอยู่อย่างยาวนาน ของพืชเทคโนโลยีชีวภาพสำหรับเกษตรกรในประเทศกำลังพัฒนา และประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งรวมไปถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภคที่ได้รับจากพืชเทคโนโลยีชีวภาพอันหลากหลาย ที่เพิ่งได้รับอนุมัติให้มีการวางขายในท้องตลาดอีกด้วย

"พืชเทคโนโลยีชีวภาพได้กลายเป็นทรัพยากรทางการเกษตรที่สำคัญสำหรับเกษตรกรทั่วโลก เนื่องจากประโยชน์อันมหาศาลที่เกิดจากผลผลิต ความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการเก็บรักษาได้ดีขึ้น" ประธานคณะกรรมการของ ISAAA คุณ Paul S. Teng กล่าวไว้ "หลังจากที่ได้มีการการอนุมัติในเชิงพาณิชย์ให้มีการเพาะปลูกมันฝรั่งและแอปเปิ้ลพันธุ์เทคโนโลยีชีวภาพ ผู้บริโภคจะเริ่มได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากเทคโนโลยีชีวภาพ จากการที่ผลผลิตมีโอกาสเน่าเสีย หรือได้รับความเสียหายน้อยลง ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการลดขยะที่เกิดจากอาหาร และลดค่าใช้จ่ายในการซื้อผลผลิตอาหารอีกด้วย "

เมื่อกล่าวถึงผลประโยชน์อื่น ๆ ของเทคโนโลยีชีวภาพ ISAAA รายงานว่า การใช้วิธีปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 เสมือนกับการลดรถตามท้องถนนลง เป็นจำนวนประมาณ 12 ล้านคันต่อปี ต่อเนื่องทุกปีในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพโดยการลดการใช้พื้นดินทางการเกษตรลง 19.4 ล้านเฮกตาร์ ในปีพ.ศ. 2558 อีกทั้งยังลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและการใช้สารเคมีกำจัดแมลงลงไป 19%1 ในส่วนของประเทศกำลังพัฒนา การเพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพช่วยบรรเทาความหิวโหยโดยการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อยและครอบครัวทั้งหมด 18 ล้านราย นำเสถียรภาพทางการเงินที่ดีขึ้นมาสู่กว่า 65 ล้านคน

"เทคโนโลยีชีวภาพเป็นเครื่องมือที่จำเป็นอย่างหนึ่งในการช่วยเกษตรกรปลูกอาหารให้มากขึ้นโดยใช้พื้นที่น้อยลง" Randy Hautea ผู้ประสานงานของ ISAAA กล่าว "อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของพืชเทคโนโลยีชีวภาพจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็เฉพาะในกรณีที่เกษตรกรสามารถหาซื้อและปลูกพืชเหล่านี้ได้โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์การตรวจสอบและอนุมัติ ทางวิทยาศาสตร์"

เนื่องจากมีอัตราการอนุมัติและการขายของพืชเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการนำไปใช้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น ISSA คาดว่าอัตราการปลูกเพื่อการสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรจากประเทศกำลังพัฒนาจะเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในหมู่ประเทศในแอฟริกาที่เคยมี กระบวนการเชิงกฎเกณฑ์ที่สร้างอุปสรรคต่ออัตราการยอมรับพืชเทคโนโลยีชีวภาพ ปัจจุบันนี้ก็มีการยอมรับพืชเทคโนโลยีชีวภาพเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปี พ. ศ. 2559 แอฟริกาใต้และซูดาน เพิ่มการเพาะปลูกข้าวโพด ถั่วเหลือง และฝ้าย เทคโนโลยีชีวภาพจาก 2.29 ล้านเฮกตาร์ ในปี 2558 เป็น 2.66 ล้านเฮกตาร์ ในปี พ.ศ. 2559 ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในทวีป อันได้แก่ เคนยา มาลาวี ไนจีเรีย เอธิโอเปีย กานา ไนจีเรีย สวาซิแลนด์ และยูกันดา ก็เกิดคลื่นลูกใหม่ของการยอมรับขึ้น ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการทบทวนกฎระเบียบ และกฎการอนุมัติในเชิงพาณิชย์สำหรับพืชเทคโนโลยีชีวภาพหลากหลายชนิดส่วนหนึ่ง

"แม้จะมีปัญหาเกี่ยวกับอุปสรรคด้านกฎระเบียบมายาวนาน แต่เกษตรกรชาวแอฟริกันก็ยังคงปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพต่อไปเนื่องจากความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นจากความสามารถในการผลิต และความทนทานของพันธุ์พืชเทคโนโลยีชีวภาพ" Hautea กล่าว "ขณะนี้หลาย ๆ ประเทศอื่น ๆ กำลังเดินหน้าในการทบทวนกฎระเบียบสำหรับพืชเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น กล้วย พืชจำพวกถั่ว และข้าวฟ่าง เราเชื่อว่าการเพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพจะยังคงเติบโตในประเทศอื่น ๆ ในแอฟริกา และในที่อื่น ๆ ด้วย "

นอกจากนี้ ในปี พ. ศ. 2559 บราซิลเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพเป็นร้อยละ 11 ให้กับการปลูกข้าวโพด ถั่วเหลือง ฝ้าย และคาโนลา ทำให้บราซิลยังคงเป็นประเทศผู้ผลิตพืชเทคโนโลยีชีวภาพรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา พื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองเทคโนโลยีชีวภาพในบราซิลมีขนาดถึง 32.7 ล้านเฮกตาร์ จากพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองทั้งหมด 91.4 ล้านเฮกตาร์ที่ปลูกทั่วโลก

สำหรับปี พ. ศ. 2559 ISAAA มีรายงานถึงความสำเร็จของการทำการตลาดและการปลูกพืชผักและผลไม้เทคโนโลยีชีวภาพที่เกิดผลประโยชน์โดยตรงแก่ผู้บริโภค ซึ่งความสำเร็จนี้รวมถึงรวมถึงการอนุมัติเชิงพาณิชย์ของ Innate ™ Russet Burbank Gen 2 มันฝรั่งที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเพื่อขายในสหรัฐอเมริกา และ Simplot Gen 1 White Russet ™ หรือ มันฝรั่งที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การสุขภาพของแคนาดา (Health Canada) สำหรับการขายในตลาดสด ในแคนาดา. พันธุ์พืชเทคโนโลยีชีวภาพเหล่านี้มีระดับแอสพาราจีน (asparagine) ต่ำกว่าปกติ ซึ่งจะช่วยลดการสร้างสารอะคริลาไมด์ (acrylamide) ในระหว่างการปรุงอาหารแบบใช้ความร้อนสูง นอกจากนี้ยังได้มีการเก็บเกี่ยวแอปเปิ้ลรุ่น Arctic® Apples ในปริมาณมากพอสำหรับการขายเชิงพาณิชย์  ในปี พ. ศ. 2559 ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในช่วงฤดูหนาว และคาดว่าจะนำออกขายในร้านขายของชำในสหรัฐอเมริกาต่อไปในปี พ. ศ. 2560

ข้อมูลเพิ่มเติมจากรายงาน ของ ISAAA ปี พ.ศ. 2559 ยังรวมถึง:

  • พื้นที่เพาะปลูกทั่วโลกฟื้นตัวขึ้นในปี พ.ศ. 2559 ด้วยการใช้พื้นที่เพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพ 185.1 ล้านเฮกตาร์เทียบกับ 179.7 ล้านเฮกตาร์ในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งลดลงจากพื้นที่ 181.5 ล้านเฮกตาร์ในปี  พ.ศ. 2557
  • ในปี พ.ศ. 2559 มีทั้งหมด 26 ประเทศ ซึ่งได้แก่ 19 ประเทศกำลังพัฒนาและ 7 ประเทศอุตสาหกรรม ที่ปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพ การเพาะปลูกของประเทศกำลังพัฒนาอยู่ที่ 54% เมื่อเทียบกับ 46% ของประเทศอุตสาหกรรม
  • 8 ประเทศในเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงจีนและอินเดียมีการปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพโดยใช้พื้นที่ 18.6 ล้านเฮกตาร์ ในปี พ. ศ. 2559
  • 10 ประเทศในลาตินอเมริกา ซึ่งรวมถึง ปารากวัยและอุรุกวัย มีการปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพโดยใช้พื้นที่ 80 ล้านเฮกตาร์ ในปี พ. ศ. 2559
  • ในปี พ. ศ. 2559 ประเทศผู้นำในการปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพยังคงเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา บราซิล อาร์เจนตินา แคนาดา และอินเดีย ซึ่ง 5 ประเทศเหล่านี้ใช้พื้นที่ปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพเป็นจำนวน 91% ของพื้นที่เพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพทั่วโลก
  • 4 ประเทศในยุโรปซึ่งได้แก่ สเปน โปรตุเกส สาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเกีย ใช้พื้นที่มากกว่า 136,000 เฮกตาร์ในการปลูกพันธุ์ข้าวโพดเทคโนโลยีชีวภาพ ในปี พ. ศ. 2559 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นจากปี พ. ศ. 2517 ถึง 17% นับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการข้าวโพดที่ทนต่อแมลงของสหภาพยุโรป
  • พื้นที่เพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพที่มีลักษณะรวม หรือ แบบ stacked traits คิดเป็น 41% ของพื้นที่โลก ถือเป็นอันดับสอง โดยเป็นรองแค่พื้นที่ปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพที่มีลักษณะ ทนทานต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูก 47%
  • พื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองเทคโนโลยีชีวภาพคิดเป็น 50% ของพื้นที่ปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพทั้งหมดทั่วโลก โดยทั้งนี้ เมื่อเจาะจงลงไปในพืชแต่ละชนิด 78% ของถั่วเหลือง 64% ของฝ้าย 26% ของข้าวโพดและ 24% ของกระเจี๊ยบที่ปลูกในโลกมั้งหมด เป็นพันธุ์ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ
  • ประเทศที่มีการนำถั่วเหลืองเทคโนโลยีชีวภาพไปใช้มากกว่า 90% ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา แคนาดาแอฟริกาใต้ และอุรุกวัย เกือบถึงหรือมากกว่า 90% ของการเพาะปลูกข้าวโพดเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นของ สหรัฐอเมริกา บราซิล อาร์เจนตินา แคนาดา แอฟริกาใต้ และอุรุกวัย มากกว่า 90% ของการปลูกฝ้ายเทคโนโลยีชีวภาพ 90% เป็นของ สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา อินเดีย จีน ปากีสถาน แอฟริกาใต้ เม็กซิโก ออสเตรเลีย และพม่า และ 90% หรือมากกว่าของการเพาะปลูกคาโนลาเทคโนโลยีชีวภาเป็นของประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือบทสรุปผู้บริหารของรายงาน โปรดเข้าไปอ่านได้ที่ www.isaaa.org.

เกี่ยวกับ ISAAA:

The International Service for the Acquisition of Agri-biotech Applications (ISAAA) เป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรที่มีเครือข่ายระหว่างประเทศ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาความหิวโหย และความยากจน ด้วยการแบ่งปันความรู้และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพด้านพืชผล Clive James, ประธานกิตติมศักดิ์และผู้ก่อตั้ง ISAAA ได้ใช้เวลาอยู่อาศัย และทำงานเป็นเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ในประเทศกำลังพัฒนา ในภูมิภาคเอเชีย ลาตินอเมริกา และแอฟริกา โดยเขาได้ทุ่มเทความพยายามของเขาในการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร โดยมุ่งเน้นด้านพืชเทคโนโลยีชีวภาพ และความมั่นคงด้านอาหารทั่วโล

1 Brookes and Barfoot, 2017, Forthcoming

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170503005134/en/

ติดต่อ ISAAA
Caitlyn Lower, 512-495-7188
caitlyn.lower@fleishman.com

Distribute your news release with us

  • Print

    unique advertising solution

    Our media lists include news desks at all leading Thai and English-language dailies.

  • Radio & TV

    reliable platform

    We deliver your news to leading Thai radio stations and TV channels.

  • Internet Sites

    cloud computing

    All releases are submitted to Internet news sites, including several with guaranteed pickup.

Our Self-Serve News Release Couldn't Be Simpler

Our streamlined online process makes it simple and fast to submit your news to the Thai media. Once registered, just enter or copy your text into our submission form and you'll see an instant preview with our fee based on the word count, translation, and any attached image. To confirm submission, hit Enter to be taken to our payment processor. Once payment is approved, your release passes automatically to our news desk for translation and dissemination by our skilled and experienced team. You'll be kept informed at each step of the process.